ตัวอย่างร้านค้าใน ThaiSquare.com

left direction
right direction

แมวกับยาพาราเซตามอล

  • PDF

  "ถ้าแมวป่วย มีไข้ สามารถป้อนยาพาราเซตามอลให้กิน แล้วค่อยพามาหาหมอได้หรือไม่ ?"


นี่อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย และมักจะถามสัตวแพทย์กันบ่อย ๆ ซึ่งคำถามนี้ก็อาจทำเอาสัตวแพทย์สะดุ้งโหยง เพราะจริง ๆ แล้ว ยาพาราเซตามอล นอกจากจะไม่มีผลในการรักษาอาการป่วยของแมวแล้ว ยังมีโอกาสจะเป็นพิษกับแมวได้ง่ายอีกด้วย  ทั้งนี้ ยาพาราเซตามอล เป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีสรรพคุณแก้ปวดและลดไข้ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและมักจะมีติดบ้านไว้เสมอ เพราะสามารถซื้อหาได้ง่ายและสะดวกโดยไม่ต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากแพทย์ ซึ่งจากความง่ายและสะดวกนี่เองที่ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลาย ๆ ท่านพลิกแพลงนำเอายานี้มาใช้รักษาอาการป่วยไข้สัตว์เลี้ยงของตนเอเพราะเข้าใจว่าจะได้ผลดีเช่นเดียวกัน

 
อย่างไรก็ดีคงต้องขอเรียนให้ทราบว่าความเข้าใจดังกล่าวนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ เหตุผลก็คือในร่างกายของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะน้องแมว จะมีกลไกในการเปลี่ยนแปลงยาตัวนี้ไม่เหมือนกับในร่างกายของคน ก็เลยทำให้เกิดความเป็นพิษขึ้น กล่าวคือโดยปกติในร่างกายคนและสัตว์ที่ได้รับยาพาราเซตามอลในขนาดปกติ จะมีการเปลี่ยนแปลงยาพาราเซตามอล (1) ผ่านทางกระบวนการ A และ B ไปเป็็นสารเมตาโบไลท์ชนิดที่ 2 และ 3 ซึ่งไม่เป็นอันตราย สามารถขับทิ้งได้
แต่แมวเป็นสัตว์ที่มีข้อจำกัดในการเปลี่ยนแปลงยาผ่านทางกระบวนการ A และ B เลยทำให้มีการเปลี่ยนแปลงยาผ่านทางกระบวนการ C มากขึ้น ซึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงยาแบบ C นี้จะทำให้ได้สาร NAPQI (4) ที่มีความเป็นพิษต่อเซลล์เกิดขึ้นมาได้ แถมแมวยังเปลี่ยนสาร 4 ไปเป็นสาร 5 ได้ช้าอีกด้วย ก็เลยทำให้สารพิษ 4 คั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ


ทีนี้เรามาดูกันว่าสาร 4 ทำอะไรกับร่างกายน้องแมวบ้าง สารตัวนี้เมื่อเกิดขึ้นจะมีผลทำลายเซลล์ของตับแถมยังทำให้เม็ดเลือดแดงเปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่จับออกซิเจนไม่ได้ (methemoglobin) ซึ่งทั้งสองภาวะนี้เป็นอันตรายต่อตัวของน้องแมวเป็็นอย่างมากเพราะอาจทำให้เกิดภาวะตับวายหรือเกิดภาวะเลือดขาดออกซิเจน และเสียชีวิตในที่สุด


ทั้งนี้พบว่าแมวที่รับประทานยาพาราเซตามอลไปมักจะมีอาการซึม อ่อนแรง หายใจลำบาก เหงือกเป็นสีเข้มคล้ำแทนที่จะเป็นสีชมพูตามปกติ และยังพบว่ามีอาการหน้าบวมด้วย ฯลฯ ซึ่งความรุนแรงของอาการก็ขึ้นกับปริมาณของยาที่ได้รับไปด้วย ซึ่งก็มีรายงานว่าแมวสามารถเกิดพิษได้แม้ได้รับยาพาราเซตามอลเพียงแค่ 10 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (สมมติว่าน้องแมวหนัก 5 กิโลกรัม ถ้ากินแค่เศษ 1 ใน 10 ส่วนของยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ก็เกิดความเป็นพิษได้แล้ว ) และความเป็นพิษที่กล่าวมานี้ ถือเป็นภาวะเร่งด่วน ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ทันที


เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรระมัดระวังอย่างมากในการใช้ยากับแมว และไม่ควรนำยาคนมาใช้กับสัตว์เลี้ยงจะดีที่สุด

 


ขอบคุณบทความจาก (โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรฯ) โดย หมอเสลภูมิ

You are here:

Custom