..พระท่านบอกให้ไปที่สำนักพระยายมราชด้วยกัน
เมื่อไปถึงแล้วท่านพระยายมราชก็รายงานว่า มีคนที่มีความสำคัญอีกคนหนึ่ง ถามท่านว่า คนนั้นเป็นใคร ท่านก็นำเด็กหญิงตัวเล็กๆ ขาวโปร่ง รูปร่างหน้าตาดี อายุ ๔
ขวบออกมา ท่านบอกว่า เด็กหญิงคนนี้เป็นโรคท้องร่วงตายเมื่อวานนี้เอง เมื่อนำเด็กหญิงคนนี้มาแล้วเด็กก็เข้าไปกราบพระ
เธอไหว้เรียบร้อย จริยาดีมาก สงบเสงี่ยมเรียบร้อย
แล้วหันมาไหว้อาตมาพร้อมกับไหว้เทวดาทั้งหลาย
หลังจากนั้นก็ถามเด็กหญิงคนนี้ว่า
หนูเกิดที่ไหน เธอก็ตอบว่า เกิดไม่ไกลจากวัดท่าน ระยะทางไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร ถามว่า หนูเป็นโรคอะไรตาย เธอตอบว่า เป็นโรคท้องร่วงตาย ถามว่า ขณะที่ตายหนูคิดอะไร เธอตอบว่า หนูเคยไปถวายสังฆทานกับแม่
หนูเคยไปเจริญพระกรรมฐานกับแม่
พอเธอพูดอาตมาก็นึกขึ้นมาได้ ภาพเด็กเล็กๆ อายุประมาณ ๔ ปี
ท่าทางสุภาพเรียบร้อย
ทำงานทุกอย่างเรียบร้อยมาก
ไม่มีอะไรต้องเตือนกัน
คิดว่าหนูน้อยคนนี้ทำไมอายุน้อยนัก
จึงถามว่า เวลาที่หนูจะตายหนูคิดอะไร เธอบอกว่า
ก่อนป่วยชอบเจริญพระกรรมฐานไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ แต่เวลาป่วยจริงๆ ก็นึกไม่ออก ท้องเดินมาก
มันร้อนในท้องและก็ปวดท้องมาก
จิตก็คิดอยู่แต่ปวดท้องอย่างเดียว เมื่อเวลาจะตายได้ยินเสียงตึงตึงโครมคราม ตกใจนิดหนึ่ง จิตก็ออกจากร่าง เห็นลุงทั้ง ๔ องค์ไปยืน
ลุงคนหนึ่งอุ้มหนูบอกว่า ไปกับลุงเถิด
ลุงจะมารับไป ลุงใจดีอุ้มหนู
หนูก็กอดคอลุง ลุงก็นำมาหาลุงใหญ่ แล้วลุงใหญ่ให้ไปพักตรงโน้นในกลุ่มคนที่พัก ไม่ใช่พักแบบทรมานคือ ไม่มีโซ่ไม่มีตรวน
เป็นอิสระทุกอย่าง มีความสุขพอสมควรแต่ไม่มีอาหารกิน
อาตมาถามพระท่านว่า เด็กคนนี้มีความสำคัญหรือ ท่านบอกว่า มีความสำคัญมากเพราะเด็กคนนี้ถ้าอยู่เป็นมนุษย์ต่อไปเบื้องหน้า
ก็จะสามารถตัดสังโยชน์ ๕ ได้ แต่ที่จำเป็นต้องตายเพราะบุญช่วยให้ตาย พอท่านตรัสแบบนั้นจึงกราบเรียนถามว่า เป็นเพราะอะไร บุญช่วยน่าจะมีชีวิตอยู่นาน
ท่านก็บอกว่า บุญช่วยบุญคือ ที่สามารถจะตัดสังโยชน์ได้มันมี ๒
ประการคือ
๑)
อานิสงส์เต็มพร้อมในการตัดสังโยชน์ ๒) เธอขาดอธิษฐานบารมี
ถ้ามีอธิษฐานบารมี
หวังตั้งใจเพื่อพระนิพพานมาในชาติก่อนไว้เสมอๆ เธอจะยังไม่ต้องตาย เพราะว่าเธอสามารถอยู่ตัดสังโยชน์ได้
แต่ว่าเธอขาดอธิษฐานบารมี ในเมื่อขาดอธิษฐานบารมีรูปร่างหน้าตาเธอก็สวย ทรวดทรงก็ดี จริยาก็เรียบร้อย ฐานะบิดามารดาก็ดี ย่อมเป็นที่ต้องตาต้องใจของคน ฉะนั้นกามคุณสามารถจะเบียดเบียนเธอ ซึ่งจะไม่มีโอกาสตัดสังโยชน์ได้ ในเมื่อบุญใหญ่เห็นว่ามีความสำคัญอย่างนี้เข้ามาตัดให้เธอตาย
ถามว่า เธอตายแล้ว
เธอสามารถจะตัดสังโยชน์ ๕
ประการใช่ไหม
ท่านก็บอกว่า ตัด ๕ ได้แล้วก็ตัด ๑๐
ได้ด้วย เพราะการเกิดเป็นเทวดาหรือเป็นพรหมก็ตาม มีโอกาสที่จะบำเพ็ญกุศลต่อ เทวดากับพรหมฟังเทศน์จากพระอริยเจ้าก็ตาม
ฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าก็ตามบรรลุมรรคผลนับไม่ถ้วนมากกว่าคน
เด็กคนนี้ตายเพราะกำลังกุศลสนับสนุน จึงมีความจำเป็นต้องมารับ และการมารับวันนี้ก็มาครบถ้วน อย่างฉันเป็นต้นศาสนา
(หมายถึงพระพุทธเจ้า) ก็มารับ
พระอริยสาวกที่เป็นอรหันต์ก็มามาก
เป็นสกิทาคามีก็มาก
เป็นพระโสดาบันก็มา
เป็นเทวดาหรือพรหมฌานโลกีย์ก็มาก
รวมความว่ามาพร้อมกันหมด บุญเธอใหญ่จึงต้องมากัน ในเมื่อเธอเป็นนางฟ้า
บุญบารมีนี้จะส่งผลให้เธอเป็นคนที่ไม่ประมาท จะสามารถปฏิบัติตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทประหารได้..