..เมื่อเช้าตรู่วันที่ ๑๐
สิงหาคม ไปพระนิพพาน เมื่อไปถึงแล้วก็นมัสการพระตามลำดับที่เคยนมัสการเป็นปกติ
เมื่อไหว้แล้วก็กราบถามท่านว่า ท่านโอภาสีเป็นใคร พระท่านเรียกพระแก้วองค์หนึ่งมาหาพระองค์นี้ตัวสวยเหมือนแก้วที่ถูกแสงอาทิตย์สาด
สวยมาก ท่านชี้ให้ดูแล้วบอกว่า องค์นี้แหละที่ชาวโลกเรียกว่า
โอภาสี บอกท่านสวยสมชื่อจริงๆ โอภาสี แปลว่า มีแสงสว่างเป็นปกติ ท่านสว่างสมชื่อ
เมื่อพบกันแล้วก็ถามชื่อแซ่กันตามธรรมเนียม ท่านตอบว่า เมื่อเป็นพระคนท่านชื่อ
ปุตตะภิกขุ เป็นลูกชาวเมืองปาฐา
เป็นหัวหน้าคณะพระ ๓๐ รูป
ที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าจนพระพุทธเจ้ามีพระพุทธานุญาตให้พระนางวิสาขาถวายกฐินเป็นรายแรกในศาสนานี้
เมื่อก่อนบวชท่านได้พบพระสารีบุตร
เลื่อมใสท่านพระสารีบุตรแล้วบวชกับท่าน
แต่อาศัยที่เป็นพระโพธิสัตว์มีบารมีขั้นปรมัตถบารมีหลายอันดับ
เป็นเหตุให้ท่านพระสารีบุตรไม่สามารถสอนให้บรรลุมรรคผลได้
ท่านพวกสาวกพุทธภูมินี้มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวที่จะสอนได้
เมื่อออกพรรษาท่านพระสารีบุตรพามาหาพระพุทธเจ้า เมื่อพบพระพุทธเจ้าแล้ว
ท่านลาออกจากพุทธภูมิ ท่านศึกษาไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตผล พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ
เมื่อนิพพานแล้วเพราะอาศัยที่เป็นพระโพธิสัตว์มาก่อนก็เลยโปรดคนตามอัชฌาสัย
ให้นามตัวเองว่า โอภาสี แปลว่า มีปกติฉายแสงสว่าง ถามว่า เมื่อเป็นพุทธสาวกทำไมเล่นเผาของ
ทำให้ศาสนาเสื่อม คนหลงผิดกันตั้งหลายเมือง ท่านบอกว่า ท่านมาเฉพาะธรรม เรื่องเผาของเป็นเรื่องของคนอยากดัง
เขาเล่นกลกันเอง ถามว่า บางวาระคนที่ทรงก็มีผีอื่นปลอม ทำไมไม่ห้ามผีอื่น ท่านตอบว่า ร่างของเขา
เจ้าของมีสิทธิ์จะให้ใครทรงก็ได้ ท่านมาเฉพาะธรรม อย่างอื่นไม่เกี่ยว ถามว่า เรื่องกองทานมาจากใคร ท่านบอกว่า มาจากพวกอยากดัง กลับลงมาบันทึกเมื่อเวลา
๐๔.๓๒ นาฬิกา..