..วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๓๒
ตั้งแต่ ๔ โมงเย็นกว่าๆ อาตมามีอาการเครียดจัด ในท้องร้อนมากมาถึงคอ ร้อนคล้ายๆ
ไฟลวก เดินก็ซวนไปเซมา เห็นท่าจะไม่ไหวก็นอนทนทุกขเวทนาไปตามเรื่อง
ขณะที่ร่างกายมีทุกขเวทนาอย่างหนักก็มีความรู้สึกว่า ความตายเข้ามาใกล้เต็มที
เราจะมีความประมาทอยู่เพื่อประโยชน์อะไรความจริงขึ้นชื่อว่าร่างกายจิตใจไม่เกาะมานานแล้ว คำว่า ไม่เกาะ หมายถึง จิตไม่เกาะ จิตมีความรู้สึกว่าร่างกายนี้ต้องตายแน่นอนและความตายเข้ามาถึงในไม่ช้าแน่
จึงเตรียมตัวเพื่อตาย วิธีการเตรียมตัวเพื่อตายก็คือ
รวบรวมกำลังใจซึ่งปกติมันก็รวมอยู่แล้ว
เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรสวยเป็นปกติ คนก็ไม่สวย วัตถุก็ไม่สวย
อะไรมันก็ไม่สวย
จะดูความมั่นคงของคนก็ไม่มีความมั่นคง ทุกคนก็แก่ไปทุกวัน
วัตถุก็มีการทรุดโทรม
ร่างกายเราก็เป็นวัตถุส่วนหนึ่งมันก็ทรุดโทรมและก็ต้องตายไปในที่สุด จิตใจไม่ผูกพันในมัน
จึงตัดสินใจว่าการอยู่ตรงนี้เต็มไปด้วยทุกขเวทนา ถอยออกจากร่างกายดีกว่า
จึงไปกราบพระท่าน มีพระใหญ่ ๒ องค์ท่านอยู่เป็นประธาน
ต่อมาก็มาอีกรวมเป็นทั้งหมด ๒๘ องค์ ก็กราบท่าน
สถานที่นี้เต็มไปด้วยความสุขสำราญไม่มีทุกข์ มีอารมณ์เบาๆ กราบเรียนท่านวา อยากจะอยู่ตรงนี้ ท่านก็ตอบว่า เธอมีสิทธิ์อยู่แน่
แต่กาลเวลายังไม่ถึง ขอให้ถึงกาลเวลาก่อน ก็กราบเรียนท่านว่า ไม่ได้รุกเวลา
ตามที่ปรารถนาก็คิดว่าถ้าบังเอิญร่างกายมันพังวันนี้ก็ขออยู่บนนี้
ท่านก็ยอมรับบอกว่า ถ้าร่างกายมันพังจริงก็อยู่ได้เลย
แต่ฉันคิดว่ามันยังไม่พังเพราะว่าร่างกายมันจะต้องดีขึ้น งานข้างหน้าที่จะให้ทำยังมีอยู่มาก
ต้องทำเพื่อความสุขของบรรดาประชาชนผู้นับถือพระพุทธศาสนา เวลาเขาเข้ามาในเขตคือ
๑) ให้เขามีความสุขตามสมควร
๒)
เป็นการช่วยกำลังใจเขาให้เกิดความเลื่อมใส
ความจำเป็นต้องให้เธอทำ
เพราะเธอมาจากพุทธภูมิ งานนี้เป็นงานของพุทธภูมิ เธอต้องรับภาระ ก็กราบเรียนท่านว่า ภาระอันนี้รับมานานแล้ว
ไม่เบื่อพร้อมที่จะทำ แต่ขอให้ร่างกายดี
คุยกับท่านสักครู่ก็ชื่นใจ
พระท่านก็บอกว่า ไปเที่ยวสำนักพระยายมราชกันเถิด
เพราะเวลานี้มีบุคคลสำคัญที่เราจำเป็นต้องช่วยไปอยู่ที่นั่น ถามว่า ใคร ท่านบอกว่าไปเถิดฉันจะไปด้วย ทั้งหมดก็ยกขบวนกันมาสำนักพระยายมราช
พอมาถึงปรากฏว่าคณะท่าวมหาราชท่านมาเตรียมอยู่แล้ว พอเข้าไปถึงท่านพระยายมราชก็ออกมารับพระแล้วท่านก็กราบพระ
รายงานว่า วันนี้มีคนสำคัญเข้ามาในสำนักของท่าน
ซึ่งความจริงไม่น่าจะต้องผ่านแต่ก็ต้องผ่านเพราะอุปกิเลส ท่านก็สั่งเจ้าหน้าที่ให้นำคนนั้นเข้ามา ลัดคิวมาเลยไม่ต้องรอคิว เพราะการสอบสวนนั้นเขาต้องรอคิว เมื่อบุคคลนั้นเข้ามาก็ปรากฏว่าเป็นคนหนุ่มมากอายุประมาณ
๒๐ ปีเศษๆ เป็นคนขาวโปร่ง หน้าตาดี
พอเข้ามาถึงแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทำการสอบสวนเหมือนคนอื่น เขาส่งมาให้ท่านพระยายมราชเลย
ท่านก็ส่งออกมานอกคอกตรงที่พวกเรานั่งกันอยู่ เธอก็ก้มลงกราบพระแล้วก็มากราบอาตมาและกราบรวมทุกๆ ท่านที่มาอยู่ที่นั่น ท่านพระยายมราชก็ถามว่า เวลาตายเธอไม่ได้นึกถึงพระหรือ เธอคนนั้นก็ตอบว่า ไม่ได้นึกถึงขอรับ ท่านถามว่า ทำไมจึงไม่นึกถึง
ก็เธอตั้งใจจะเป็นพระใช่ไหม เธอตอบว่า
ตอนต้นตั้งใจจะเป็นพระครับ อาตมาบอกว่า ขอให้เธอเล่าประวัติความเป็นมา
เธอก็เล่าประวัติความเป็นมาว่า
เธอมีอายุ ๒๓ ปี ตั้งใจจะบวชพระ
พ่อกับแม่เตรียมเครื่องครบชุดแล้ว เธอก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะบวชสัก ๑
พรรษาเป็นอย่างน้อย
ที่กะไว้น้อยก็เพื่อจะตั้งหน้าตั้งตาทำความดีให้มาก
คิดว่าพรรษาแรกจะเป็นพรรษาฝึกฝนตนเองให้ตั้งอยู่ในขอบเขตของพระธรรมวินัย ถ้าสามารถทรงตัวได้ก็จะอยู่ถึง ๓
พรรษา
ถ้าจิตใจเต็มใจในการอยู่เต็มเปี่ยม
มีธรรมปีติดีพอสมควรก็จะบวชตลอดชีวิต เธอตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่พออีก ๒
วันจะถึงพิธีอุปสมบทเธอออกไปทางหลังบ้านเพื่อจะไปหาเพื่อน ก็ถูกงูเห่ากัด พิษมันแล่นเข้าทางกายเจ็บปวดมาก ก่อนจะตายตอนนั้นไม่ได้นึกถึงอะไรเลย
การที่คิดจะบวชพระก็ไม่ได้นึก พระก็ไม่ได้นึกถึง มันมีแต่ปวดอย่างเดียว รักษาเท่าไรก็ไม่หาย ในที่สุดไม่ทันข้ามคืนเธอก็ตาย เวลาที่ตายปรากฏว่าพบคน ๔
คนนุ่งแดง เธอก็ชี้ไปที่เทวดา ๔ องค์แล้วบอกว่า ท่านทั้ง ๔ องค์นี้ไปรับครับ
เวลาไปรับท่านก็รับด้วยดีให้เดินตามมาเฉยๆ ไม่มีการบังคับ ไม่มีการข่มเหง
มาถึงก็มารอการสอบสวนอยู่ที่นี่ ๓ วันของมนุษย์ แล้วพระคุณเจ้าก็มา
วันนี้ผมดีใจมาก
จิตใจผมอยากจะบวชพระแต่ผมก็ไม่ได้บวช แต่วันนี้ผมมีโอกาสได้นมัสการพระที่มีความสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนาถึง
๒ องค์
เธอหันไปกราบพระท่านก็ยิ้ม เธอก็บอกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะนำไปไหน ผมก็พร้อมจะไปขอรับ
ในเมื่อได้มีโอกาสกราบพระที่มีความสำคัญตามความตั้งใจแล้ว ท่านพระยายมราชก็บอกว่า อานิสงส์ในการบวชของเธอมี
การเข้ามาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปนรกทุกคน แดนนี้เป็นดินแดนที่ช่วยคน ไม่ต้องการให้ลงนรก
ถ้าคนใดคนหนึ่งนึกถึงบุญอย่างใดอย่างหนึ่งแม้แต่อย่างเดียวได้ ที่นี่ก็ปล่อยไปสวรรค์ก่อน
หลังจากนั้นท่านพระยายมราชก็บอกว่า
ต่อไปนี้เธอเป็นอิสระ
ไปได้ตามกำลังบุญของเธอ พอท่านพูดเท่านั้น
ร่างกายของเธอก็เปลี่ยนจากความเป็นคนกลายเป็นเทวดาทันที มีความสวยสดงดงามมาก
ทรวดทรงดี มีชฎาแหลมเปี๊ยบ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสมีความสดชื่น
หลังจากนั้นก็มีเทวดา ๔ องค์แต่งตัวงามมาก
มีชฎาพร้อมแพรวพราวเป็นระยับ
ก็นำเธอไปส่งที่วิมานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก วิมานของเธอก็กว้างใหญ่ไพศาลามาก
มีความสวยสดงดงามเป็นพิเศษ
อาตมาถามพระท่านว่า คนที่คิดจะบวชแต่เขายังไม่ได้บวช อารมณ์นี้เป็นมหากุศลใช่ไหม ท่านก็ตอบว่า ใช่ กราบเรียนถามท่านว่า อานิสงส์การอุปสมบทบรรพชาเขาจะได้ไหม ท่านก็ตอบว่า อานิสงส์อุปสมบทบรรพชานี้เขาได้สมบูรณ์แบบ กราบเรียนถามท่านว่า ด้วยความสงสัยว่าคนยังไม่ได้บวชจะได้อานิสงส์อุปสมบทบรรพชาครบถ้วนเหมือนคนบวชไหม ท่านบอกว่า ได้ครบ
เขาตั้งใจว่าจะบวชและเขามีการเตรียมการแล้วทุกอย่าง ตลอดกระทั่งเขาตัดสินใจแล้วว่า
บวชปีแรกจะทำให้ดีที่สุด ถ้าดีสมบูรณ์บริบูรณ์แล้วก็จะอยู่ให้ครบ ๓ ปี ถ้า ๓
ปีดีสมบูรณ์บริบูรณ์แล้วก็จะอยู่ตลอดชีวิต เขาตัดสินใจเด็ดขาดถือว่าบวชใจแล้ว
ถ้าบวชแต่ร่างกายใจไม่บวชนี่ลงนรกนับไม่ถ้วน แต่คนที่บวชใจ
ร่างกายยังไม่บวชไปสวรรค์ ไปนิพพานนับไม่ถ้วนเหมือนกัน เมื่อท่านตรัสอย่างนั้นก็หมดสงสัย
รวมความว่าคนที่ตั้งใจจะทำบุญ
อานิสงส์ย่อมได้
สำหรับคนที่ตั้งใจจะบวชก็เหมือนกัน เขาพร้อมแล้วในการบวช
ไม่ได้สักแต่ว่าคิดจะบวชและการบวชก็ไม่ได้บวชตามประเพณี การบวชตามประเพณีไม่แน่ในอานิสงส์..