ท่านพระครูปลัดอนันต์
พทฺธญาโณ
เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้เล่าเรื่อง หลวงตานา ซึ่งเป็นพระวัดท่าซุง
..รุ่นขุดดินฟันดินสมัยนั้นมีสัก
๔ องค์คืออาตมา หลวงพี่โอ หลวงตาเจริญ
และหลวงตานา ซึ่งเป็นพระแก่บวชเมื่อมีอายุแล้ว เวลานั้นก็มีอายุ
๖๐๗๐ ปีแล้ว ท่านมีหน้าที่นำเศษไม้อะไรก็ตามมาเผาเป็นถ่าน เป็นผู้ชำนาญในการเผาถ่าน
นอกจากนั้นท่านยังเก่งในการสวดปาฏิโมกข์ ท่านเป็นพระแก่ที่ขยันทบทวนหนังสือ ว่างเป็นต้องทวนหนังสือ
ท่องได้บางทีสองวัดสามวัด สวดปาฏิโมกข์นี่ วัดในเมืองเจ้าคณะอำเภอยังท่องไม่ได้เลย ต้องมานิมนต์หลวงตานาไปสวด
ท่านมีพิเศษเรื่องสวดปาฏิโมกข์เก่งกับเก่งในเรื่องเผาถ่าน และท่านยังเป็นคนแก่เจ้าระเบียบ ห้องหับเป็นระเบียบ
นอกจากนั้นท่านยังมีพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่อาตมาชื่นชม ก็คือพอท่านบิณฑบาตกลับมา ก็จะเลือกอาหารที่คัดว่าดีแล้วเอาใส่ปิ่นโตที่เขามีอยู่แล้ว
และข้าวใส่บาตรเข้าไปถวายหลวงพ่อ
ท่านเป็นต้นฉบับใส่บาตรหลวงพ่อ
พระในวัดต้องทำจนเป็นประเพณี
เวลาหลวงพ่ออยู่วัด
จะตั้งบาตรไว้
พระบิณฑบาตกลับมาก็เอาข้าวมาใส่บาตรและเลือกอาหารที่ว่าเราชอบนำไปแบ่งใส่ปิ่นโต เข้าไปถวายหลวงพ่อ ทำอย่างนี้เป็นประจำจนกระทั่งมรณภาพ หลวงพ่อถามว่า ใครคิดอย่างนี้นะ ก็ตอบท่านว่า หลวงตานาครับ หลวงพ่อก็บอกว่า คิดอย่างนี้ไม่ตกต่ำนะ คนรู้จักกตัญญู ท่านไม่ได้สอนเรา เราทำท่านก็ชม
หลวงพ่อไม่ได้ถือว่าเป็นการประจบ ถือว่าเป็นเมตตา ทำความดี หลวงตานาจึงเป็นต้นฉบับใส่บาตรหลวงพ่อ เป็นต้นฉบับกตัญญูกตเวทิตา
หลวงตานาบวชได้ ๒๐
พรรษา ก็สึกไปอยู่บ้าน
ก็ใส่บาตรบ่อยเพราะบ้านอยู่ใกล้วัดท่าซุง มีลูกชายเป็นกำนัน ต่อมาท่านก็ป่วย กำนันลูกชายก็มานิมนต์พระไปสวดต่อนาม
พระก็รู้จักเป็นพระชุดแรกที่ขุดดินฟันดินด้วยกัน พอพระไปถึงประมาณสักสี่ห้าโมงเย็น ลูกชายก็บอกว่า พ่อๆ พระมาแล้ว หลวงตานาก็นอนยกมือไหว้ พอพระตั้งนะโมขึ้นพุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ยังไม่ทันถึงสังฆังเลย หลวงตานาพะงาบๆ บอก พระๆ แล้วตายเลย
พระยังล้อกันเลยว่าพระชุดนี้อย่าเอาไปอีกนะ ต่อทีเดียวตายเลยไม่ต่อธรรมดา เอาตายเลย
เมื่อตายแล้วเขาก็เอามาเผาที่วัดท่าซุง หลวงพ่อพอหลังรับแขกแล้ว ท่านลงมาเผาแล้วบอกว่า
เออดี หลวงตานาไปอยู่ดาวดึงส์ ยังช่วยวัดอยู่