..วันที่ ๒๗ สิงหาคม
พ.ศ.๒๕๓๑ เวลา ๒๐.๐๐ น.
อาตมาเริ่มจับอานาปานุสติ ค่อยๆ สังเกตลมหายใจเข้าออก เห็นว่าค่อยๆ เบาลงๆ ตามลำดับ
ในที่สุดลมก็ละเอียดมาก ใจสงบ แล้วตัวอีกตัวหนึ่งมันก็ออกไปจากตัวที่นอน
ตัวใหม่นี้สวยมาก เบาไม่มีนํ้าหนัก
สว่างและแพรวพราวเหมือนแก้วก็ทราบว่าตัวนี้คือเราเอง
ตัวที่นอนคือเรือนร่างที่อาศัย มันแสนจะสกปรกโสโครกน่าเกลียด
เมื่อมองแล้วไม่คิดอยากจะอยู่กับมันต่อไป มันมีแต่ทุกข์
พอคิดเท่านี้ท่านแม่ก็มาพร้อมกับคณะของลูกท่านมาเตือนว่า ยังไม่ถึงเวลาไป
อยู่ช่วยงานของพระท่านก่อน เวลานั้นพอดีท่านลุง
(พระยายมราช) มาจากสำนักงานของท่าน ท่านเตือนว่า อย่าเพิ่งไป
เพราะงานที่พระท่านจะมอบหมายให้ทำมีมาก ทำเพื่อความเข้าใจของพุทธศาสนิกชน พอดีท่าน ท้าวผกาพรหม และท่าน ท้าวมหาชมภู
ก็มา เลยชวนกันไปสำนักของท่านลุง เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่จัดการต้อนรับดีมาก
ชมงานของท่านลุงตอนแรกๆ ไม่ชอบใจเลย เพราะแถวยาวเหยียดนั้นไปนรกหมด
ต่อมามีชายคนหนึ่งรูปร่างใหญ่โตผิวคลํ้า
อายุประมาณ ๗๐ ปี ตายเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๑
ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ผู้ประกาศความประพฤติของนายกิ่ง (นามสมมุติ) เธอเป็นทายกวัด
เป็นคนเคร่งครัดในระเบียบผู้พบเห็นศรัทธามาก
แต่เบื้องหลังแกบังคับพระให้อยู่ในอำนาจ ชอบเอาของสงฆ์เข้าบ้านและมีอะไรอีกมาก
เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศจบ ท่านลุงก็ถามนายกิ่งว่า กิ่ง เธอทำอย่างนั้นหรือเปล่า นายกิ่งตอบว่า ตามที่เจ้าหน้าที่พูดนั้นเป็นความจริงทุกอย่าง ท่านลุงจึงบอกว่า กิ่ง เธอทำกรรมหนักมาก
ของสงฆ์มีอันตรายใหญ่ เธอเอาของสงฆ์ไปใช้เป็นเวลาถึง ๓๑ ปี
โทษนี้ต้องลงอเวจีมหานรกและต้องลงนรกอีกหลายขุม นายกิ่งฟังแล้วก้มหน้าน้ำตาไหล
เมื่อนายกิ่งนิ่งเจ้าหน้าที่ก็ประกาศต่อไปว่า
ส่วนที่เป็นกุศล
นายกิ่งรักษาศีลห้าบริสุทธิ์ทุกสิกขาบท
มีเรื่องเดียวที่เสียคือบังคับพระให้อยู่ในอำนาจและนำของสงฆ์ไป ทำไปเป็นครั้งคราว
ประการที่สอง
นายกิ่งชอบบูชาพระและสวดมนต์ด้วยความตั้งใจและมีความเคารพเป็นปกติ
บทที่ชอบสวดที่สุดคือ ธรรมจักร
เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศจบ
ท่านลุงก็ถามว่า ที่เขาพูดนั้นจริงหรือ นายกิ่งยอมรับว่าจริง
เจ้าหน้าที่ประกาศต่อไปว่า นายกิ่งให้ทานเป็นปกติ
ชอบใส่บาตรเป็นประจำทุกวัน และเคยถวายสังฆทานมีผ้าไตร ของใช้ อาหารแห้ง พระพุทธรูป
ถวาย ๑ ครั้งในชีวิต ท่านลุงถามว่า
บุญที่ทำทุกอย่าง
เธอมั่นใจบุญอะไรมากที่สุด
นายกิ่งตอบว่า มั่นใจบูชาพระและสวดมนต์
ที่ติดตาติดใจมากที่สุดก็คือ ถวายสังฆทาน ท่านลุงพูดว่า การทำบุญอย่างนี้น่าจะไปสวรรค์โดยตรง
ไม่น่าจะต้องถูกจับมาสอบสวน ท่านถามว่า
ก่อนที่เขาจะนำมาเธอไม่ได้นึกถึงบุญเลยหรือ นายกิ่งตอบว่า เมื่อป่วยใหม่ๆ
นึกถึงสวดมนต์และถวายสังฆทาน
แต่เมื่อใกล้จะตายมีเสียงเหมือนใครเอาของหนักมาขว้างที่ฝาบ้านดังปัง
ได้ยินถนัดจึงตกใจลืมบุญทั้งหมด ใจว้าวุ่นพร้อมทั้งอาการจุกเสียดแน่นหน้าอกเกิดขึ้นอย่างหนักจากโรคลม
เกิดอารมณ์มืดชั่วครู่ก็เห็น ๔ ท่านมาบอกว่า ฉันมารับขอให้ตามมา แล้วก็ตามท่านมา
มายืนคอยอยู่นานกว่าจะถึงเวลาสอบสวน
ท่านลุงฟังแล้วก็บอกว่า
เออดี
ยังนึกถึงบุญกุศลได้ เอ็งไปรับผลความดีก่อน เรื่องอเวจีเอาไว้ภายหลัง
อานิสงส์สวดมนต์ทำให้เอ็งไปเป็นเทวดาชั้นยามา
อานิสงส์สังฆทานเป็นเหตุให้มีวิมานและเครื่องประดับทิพย์
การถวายพระพุทธรูปร่วมสังฆทานเป็นเหตุให้เป็นเทวดาที่มีอานุภาพมาก
ไปเป็นเทวดาแล้วพยายามสร้างความดี อย่าให้พลัดลงมาได้นะ
ถ้าพลัดลงมาอีกเอ็งต้องไปอเวจีมหานรกแน่ เอ็งไปได้แล้วฉันช่วยได้แค่นี้นะ แล้วท่านลุงก็ให้เทวดานำนายกิ่งออกเดินทางไปสวรรค์ชั้นยามา
ร่างกายเธอสวยมาก วิมานก็สวย..