วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๑ เวลา ๑๗.๑๐ น.
อาตมานอนภาวนาไปได้ไม่ถึง ๒ นาที ก็เห็นขาหญิงสาวสองคนเดินมา
เห็นเพียงขาผิวขาวนวลเรียบไม่ย่นไม่มีตำหนิเนื้อเต็ม ลักษณะทรวดทรงงามมาก เมื่อเธอทั้งสองนั่งลงใกล้ๆ
ก็เห็นร่างกายทั้งหมดของเธอสวยเรียบๆ จริงๆ ผิวหาที่ตำหนิไม่ได้เลย
ส่วนของร่างกายเหมาะสมได้สัดส่วนมากอิ่มทั้งตัวและหน้า อาตมาถามเธอว่า เธอมาเฝ้าเพื่อความปลอดภัยหรือ เธอตอบว่า ใช่ ถามเธอว่า อยู่ชั้นไหน เธอตอบว่า ชั้นปรนิมมิตวสวัตตีเจ้าค่ะ นางฟ้าสวรรค์ชั้นนี้สวยจริงๆ
อาตมาเห็นเธอ ๒ คนนี้แล้วรู้สึกว่า ความสวยของสาวในโลกมนุษย์แห้งหมด
ภาพที่เห็นนี้แลเห็นเป็นเหมือนเนื้ออย่างคนธรรมดา ถามว่า ใครเป็นหัวหน้าส่งเธอมา เธอตอบว่า เธอเป็นเทพธิดาของท่านพัวหรือท่านอุบล เป็นชื่อเมื่ออยู่เมืองมนุษย์
ท่านผู้นี้เป็นน้องสาวคนเล็กของอาตมา ท่านตายเมื่ออายุ ๔ ปี ท่านเป็นนักบุญ
ชอบให้ทาน ชอบฟังเทศน์ และชอบภาวนาตั้งแต่ยังพูดไม่ชัด เธอทั้งสองบอกว่า ท่านพัวเป็นเหมือนมารดา
เพราะเธอไปเกิดบนตักของท่าน
อาตมาจึงบอกเธอว่า ขอบใจลูกรักที่เมตตาพ่อ
เพราะพ่อแก่และป่วย ผีหรือไสยศาสตร์อาจทำร้ายได้
เมื่อลูกมาช่วยระวังให้ความปลอดภัยจากสองประการก็มิได้มีแน่นอน เธอบอกว่า เธอเป็นหลานเพราะท่านพัวเป็นน้องสาว
เธอต้องเรียกอาตมาว่าลุง จึงบอกเธอว่า
ไม่จำเป็นเพราะคำว่าหลานห่างไปจากความรู้สึก
ถ้าลูกจะมีความใกล้ชิดมาก เธอทั้งสองดีใจมากก้มลงกราบ
พอดีท่านย่ามา อาตมาได้ปรารภกับท่านว่า นางฟ้าชั้นปรนิมมิตวสวัตตีนี่สวยงามมาก
ทำเอานางฟ้าชั้นดาวดึงส์ซีดเลย ท่านย่ายอมรับว่าจริง
อาตมาถามถึงการทำบุญของเธอว่า ทำบุญอะไรจึงมีบุญอย่างนี้ เธอบอกว่า ชอบก่อสร้าง ชอบบูชาพระ
รักพระพุทธรูปมาก พระองค์ใหญ่ๆ (พระประธาน) จิตเกาะตลอดเวลา (เป็นฌาน)
มีศีลและกรรมบถ ๑๐ ครบถ้วน และท่านบอกว่า
การที่อาตมาสร้างวัดอย่างนี้และตั้งใจสร้างปล่อยไม่ติดวัด
เทวดาและพรหมชอบมาก ท่านมาร่วมเป็นไวยาวัจกรมาก ช่วยด้านที่ไม่เห็นตัว
เพราะได้ต่อบารมีกันทั่วไป โดยเฉพาะงานเจริญภาวนาอีกอย่างหนึ่งที่ท่านชอบกันมาก
จึงมาช่วยกันมาก เมื่อเธอกล่าวจบท่านย่าถามว่า ท่านพัวไม่มาหรือ พอท่านย่ากล่าวจบ
ท่านพัวมาถึงพอดี ท่านพัวมาในรูปนางฟ้ามีชฎา
สองสาวที่คุยกันอยู่เดิมเธอมีเนื้อมีหนังเหมือนคนก็เลยเป็นนางฟ้าไปด้วย
สวยกว่ารูปเดิมมากเครื่องประดับแพรวพราว..